ติดต่อเรา : 0-5446-6666 ต่อ 6250
ผู้แต่ง: ขอบฟ้าสยาม (Siam HORIZON)
ปีที่พิมพ์: 2569
เนื้อหาหลักของเอกสารชุดนี้มุ่งเน้นไปที่การถ่ายทอดเรื่องราวของ "แม่แจ่ม" อำเภอหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ที่เคยเป็น "เมืองปิด" เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่ตั้งอยู่ในหุบเขาและถูกล้อมรอบด้วยป่าเขาสูงชัน ทำให้การเดินทางในสมัยก่อนเป็นไปด้วยความยากลำบาก แม่แจ่มเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์อย่างสูง ประกอบด้วยชาวลัวะ (ที่เรียกตนเองว่าคนเมือง) ประมาณ 39.96 เปอร์เซ็นต์ ชาวกะเหรี่ยง (ยาง/ปกาเกอะญอ) ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดประมาณ 52.63 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนั้นยังมีชาวม้งและลีซออาศัยอยู่ร่วมกันด้วยจำนวนประชากรรวมประมาณ 60,079 คน
สภาพภูมิอากาศของแม่แจ่มมีความโดดเด่น โดยเฉพาะในฤดูหนาวที่ยาวนานถึง 4 เดือน (พฤศจิกายน - กุมภาพันธ์) ซึ่งมีอากาศหนาวจัดจนถูกเรียกว่า "หนาวเปียก" ที่หนาวเหน็บเข้าถึงกระดูก ภูมิปัญญาพื้นบ้านที่ชาวแม่แจ่มใช้คลายหนาวคือการผิงไฟและการดื่ม "เหล้าขาวแม่แจ่ม" หรือ "ตาตั๊กแตน" ซึ่งเป็นเหล้าที่กลั่นจากกรรมวิธีดั้งเดิมโดยใช้สมุนไพรถึง 12 ชนิด เช่น พริกไทย, ข่า, รากมะพร้าว และอ้อยสามสวน นำมาผสมกับแป้งข้าวเหนียวและกลั่นจนได้เหล้าที่มีความเข้มข้นประมาณ 40-50 ดีกรี ซึ่งถือเป็นสินค้าเลื่องชื่อและมีศักดิ์สิทธิ์ในความเชื่อของคนท้องถิ่น
ด้านวัฒนธรรมและวิถีชีวิต เอกสารได้กล่าวถึงความศรัทธาในพุทธศาสนาผ่าน "ประเพณีก๋วยสลาก" (สลากภัต) ซึ่งเป็นประเพณีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษที่ล่วงลับ โดยชาวบ้านจะจัดเตรียมสำรับอาหารใส่ในชะลอมที่สานอย่างประณีต นอกจากนี้ยังมีงานพุทธศิลป์ที่สำคัญคือภาพจิตรกรรมฝาผนังวัดบุปผาราม ซึ่งสะท้อนวิถีชีวิต 17 ประเภทของชาวแม่แจ่มไว้อย่างละเอียด ในส่วนของชาวปกาเกอะญอ มีวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและยึดถือในความซื่อสัตย์ต่อคู่ครองอย่างเคร่งครัด ดังคำกล่าวที่ว่า "กะเหรี่ยงรักเดียวใจเดียว" และมีชื่อเสียงในเรื่องการทอ "ผ้าตีนจก" โดยเฉพาะที่หมู่บ้านตีนจก (ตำบลท่าผา) ซึ่งเป็นการสืบทอดลวดลายโบราณมาจากสมัยเชียงแสน
ในปัจจุบัน แม้เส้นทางคมนาคมจะสะดวกขึ้นจากการตัดถนนผ่านดอยอินทนนท์ ทำให้แม่แจ่มกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ แต่ชาวเมืองยังคงพยายามรักษาอัตลักษณ์และวิถีชีวิตดั้งเดิมเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นภาษาคำเมืองที่บริสุทธิ์ หรือการทำอาชีพเกษตรกรรมบนที่ราบเชิงเขา แม่แจ่มจึงยังคงเป็นพื้นที่ที่ทรงเสน่ห์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งน้ำตกแม่ปาน, บ่อน้ำร้อนเทพพนม และงานหัตถกรรมที่ทรงคุณค่า
จากการตรวจสอบหน้าปก (ซึ่งทำหน้าที่ระบุหัวข้อหลักในเล่ม) สามารถสรุปเนื้อหาเด่นๆ ได้ 4 หัวข้อ ดังนี้: