ติดต่อเรา : 0-5446-6666 ต่อ 6250
ผู้แต่ง: รศ.ดร.ชาญคณิต อาวรณ์ (ผู้เรียบเรียง)
ปีที่พิมพ์: 22566
หนังสือเล่มนี้เป็นผลผลิตจากโครงการวิจัยเรื่อง “ช่างและเครือข่ายการอุปถัมภ์งานพุทธศิลป์ในล้านนา: การค้นหาประเด็นใหม่ทางประวัติศาสตร์ศิลปะ” โดยเป็นการนำต้นฉบับใบลานอักษรธรรมล้านนาที่เป็นสมบัติของวัดศรีโคมคำ จังหวัดพะเยา มาทำการปริวรรตและวิเคราะห์ใหม่ เนื้อหาหลักมาจากการบันทึกของ “พระคันธาวง” (หรือนามเดิมคืออภิวง) ภิกษุชาวพะเยาที่เดินทางไปร่ำเรียนวิชาสัททาภาษาบาลีที่สำนักวัดพระงามพันตอง เมืองเชียงใหม่ บันทึกนี้บอกเล่าเหตุการณ์ในช่วงเกือบ 20 ปี ระหว่าง พ.ศ. 2410 ถึง 2428 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่ล้านนาจะมีการจัดการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล
สาระสำคัญของบันทึกเน้นที่เส้นทางการจาริกแสวงบุญเพื่อไปนมัสการรอยพระบาท พระธาตุ และพระพุทธรูปตามที่ต่างๆ ทั่วดินแดนล้านนาและขยายวงกว้างไปจนถึงภาคกลาง ครอบคลุมเมืองสำคัญอย่าง พะเยา ลำปาง เชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย เชียงแสน ไปจนถึงอุตรดิตถ์ ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา และกรุงเทพมหานคร ความโดดเด่นของบันทึกนี้คือการที่พระคันธาวงได้จดรายละเอียดเชิงช่างพุทธศิลป์ไว้อย่างละเอียด ทั้งการวัดขนาดฐานเจดีย์ ฐานวิหาร และหน้าตักพระพุทธรูปในทุกที่ที่ท่านไป อีกทั้งยังมีการบันทึกการแลกเปลี่ยนอิทธิพลทางศิลปกรรม เช่น การนำความรู้เชิงช่างแบบ “ฝ่ายใต้” จากกรุงเทพฯ มาแนะนำช่างไม้ในเมืองเชียงใหม่เพื่อสร้างอุโบสถวัดพันตอง
นอกจากมิติทางพุทธศิลป์แล้ว บันทึกนี้ยังให้ข้อมูลสำคัญทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับระบบการนับเวลาที่แตกต่างกันในแต่ละท้องถิ่น โดยพระคันธาวงได้ระบุวันเวลาตามปฏิทินของเมืองต่างๆ ที่เดินทางไปถึง และมักจะใช้ปฏิทินเมืองเชียงใหม่เป็นตัวเทียบเคียงเสมอ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ก้าวล้ำในการเทียบเวลาท้องถิ่นกับเวลาสากลในยุคสมัยนั้น ข้อมูลเหล่านี้ไม่เพียงแต่แสดงถึงพลังแห่งความศรัทธาทางศาสนา แต่ยังช่วยเติมเต็มภาพประวัติศาสตร์เมืองพะเยาและล้านนาในมิติสังคมและวัฒนธรรมที่เคยขาดหายไปให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
สรุปเนื้อหาคร่าวๆ จากสารบัญ เนื้อหาในหนังสือถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ดังนี้:
ส่วนที่ 1 ต้นฉบับบันทึกของพระคันธาวง: อธิบายถึงที่มาและลักษณะของต้นฉบับใบลาน ประวัติของพระคันธาวงโดยสังเขป เนื้อหาที่พบในบันทึก และข้อตกลงในการปริวรรตอักษร.
ส่วนที่ 2 ปกิณกะประวัติศาสตร์: เป็นส่วนการวิเคราะห์ประเด็นทางประวัติศาสตร์ศิลปะที่น่าสนใจ เช่น รูปลักษณ์ของเจดีย์พระธาตุดอยตุง การเคลื่อนย้ายพระพุทธรูปจากเวียงกุมกาม ประวัติพระเถระรูปสำคัญที่ปรากฏในบันทึก และการอธิบายความหมายของคำศัพท์โบราณ เช่น คำว่า “ผ้าแว้ง”.
ส่วนที่ 3 บันทึกการเดินทางไปไหว้พระบาท พระธาตุ และพระพุทธรูปของพระคันธาวง: เป็นเนื้อหาหลักที่ปริวรรตจากใบลาน โดยเรียงลำดับเหตุการณ์ตามปีจุลศักราช (จ.ศ. 1229 – 1247) บอกเล่ารายละเอียดการเดินทางและการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาในสถานที่ต่างๆ.
ส่วนท้าย: ประกอบด้วยบรรณานุกรมที่อ้างอิงเอกสารใบลานและเอกสารภาษาไทย รวมถึงประวัติของผู้เรียบเรียง.